จุดแรกเริ่มของสุขภาพผิวหน้าที่ดี เป็นผิวหน้าที่ใส ไร้สิ่งค้างอยู่ สบู่หอยทาก Dermum สูตรเข้มข้น นอกจากจะเป็นสบู่หอยทากดีท็อกซ์ช่วยเหลือล้างผิวหน้าได้ ใสสะอาดล้ำลึก ขจัดปัดเป่ามลสารจากมลภาวะ แล้วเมื่อทำงานร่วมมือกับยีสต์สาเกอีกทั้งช่วยกระตุ้นการคิดค้นคอลลาเจน ลดเม็ดสี ลดการปรากฏซ้ำของสิวอุดตัน สิวผด ทำให้ผิวหน้าเรียบเนียน เกลี้ยงเกลา ตึงกระชับ ขาว บริสุทธิ์ใสอย่างเป็นธรรมชาติ ฝ้าจางลง ลดรอยคราบหมองคล้ำ พร้อมกับลดริ้วร่องรอยเช่นกัน

สบู่หอยทาก ผสมยีสต์สาเก Dermum เป็นได้จัดการแบบในทันทีจนคุณรู้สึกได้ใน 1 สัปดาห์ จึงเป็นสบู่หอยทากที่แตกต่างจากสบู่หอยทากทั่ว ๆ ไปภายในท้องตลาด เป็นสบู่คุณลักษณะคับก้อน นิ่มนวลแก่ผิวพรรณ ใช้สารออกฤทธิ์ล้วนถึง 12 ชนิด โดยกำหนดใช้แต่สารมูลค่าแพงหยิบยกเข้าจากต่างแดน สบู่ของเราจึงมีคุณลักษณะเหมือนเครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์ในมูลค่าที่ถูกกว่า สบู่หอยทาก ผสมยีสต์สาเก Dermum ไร้สารอันตรายต้องห้ามต่าง ๆ ไม่มีสารปรอท, ไฮโดรควิโนน, สเตียรอยด์ ฯลฯ สบู่หอยทากตัวนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสินค้าคุณภาพส่งออกในราคาคนไทย ที่ Dermum ภูมิใจนำเสนอ ทดลองพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

สบู่หอยทาก Dermum สูตรเข้มข้น เมือกหอยทากและยีสต์สาเกอันเข้มข้นยังอัดแน่นหนาไปด้วยสารออกฤทธิ์|แผลงฤทธิ์}อื่น ๆ อีกถึง 10 อย่าง แล้วก็ทำหน้าที่แบบมีความสามารถ อาจจะมองเห็นความต่างได้ใน 1 สัปดาห์ สบู่หอยทากเป็นสบู่ดีท็อกซ์ที่กำเนิดภายในเมืองไทยด้วยขั้นตอนการกำเนิดตามมาตรฐานสากล ใช้ส่วนประกอบชั้นดี ราคาแพง นำเข้าจากเมืองนอกเพื่อให้ชัวร์ว่าจะได้สินค้าคุณภาพเท่าเครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์ในมูลค่าที่ย่อมเยากว่า

 

วิธีการใช้: เอาสบู่หอยทากถูหน้าตลอดเช้าและหนาว ต่อจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดตามโดยปกติ

ข้อเสนอแนะ: ภายหลังใช้ จำต้องวางสบู่หอยทากในที่แห้งสภาพอากาศระบายได้ดี

ในการเรียนรู้เราสามารถจัดการเองได้โดยเราสามารถเริ่มต้นจากการใฝ่หาความรู้ อาจจะเริ่มจากการจัดการกับตนเองก่อนเพื่อให้พร้อมในการเรียนรู้เป็นสำคัญ เพื่อให้ได้สิ่งที่มีความรู้มากที่สุด แต่ร่างกานต้องพร้อมรวมถึงจิตใจก็ต้องพร้อมเช่นกันค่ะ

เราต้องพึงระลึกเสมอว่าเรามีเป้าหมายมาเพื่ออะไร มาเพื่อศึกษาเล่าเรียนหรือมาเพื่อเล่นไปวันๆ หากเราคิดอย่างหลังเราก็ไม่มีทางจะประสบความสำเร็จได้เลยค่ะ ต่อมาคือต้องมีความรับผิดชอบในการเรียน รักการเรียน เห็นคุณค่าของการเรียน มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนมีใจมุ่งมั่นสู่เป้าหมายการเรียน รู้จุดหมายที่แน่นอนว่าต้องการเรียนไปเพื่อจะทำอะไรในอนาคต

รวมถึงมีวินัยในตนเองที่จะเรียนรู้เป็นสิ่งที่นักศึกษาจะต้องพยายามฝึกฝนตน ให้สามารถบังคับควบคุมพฤติกรรมส่วนตัว รวมทั้งอารมณ์ของตนเองให้กระทำ เพื่อเกิดการเรียนรู้จนบรรลุถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ เมื่อเราบรรลุเป้าหมายเราก็จะมีความภาคภูมิใจในการจะทำสิ่งต่อไปให้ได้อย่างดีและมั่นใจว่าสิ่งนั้นจะประสบความสำเร็จ

และสิ่งที่เราจะขาดไปไม่ได้เลยคือต้องสนใจห่วงใยระวังรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ไม่มีโรคภัยเบียดเบียนหรือเจ็บป่วยเรื้อรัง ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการเรียน การดูแลตนเองด้วยการปฏิบัติตนตามสุขนิสัยที่ดี ควรตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง นั้นก็เพราะสุขภาพของเราเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การเรียนดำเนินไปได้อย่างราบรื่นด้วยไม่ต้องกังวลว่าจะป่วยหนักจนต้องหยุดแล้วมาตามงาน

สุดท้ายอยากฝากให้ทุกคนที่อยากพัฒนาตัวเองในการเรียนรู้จะขาดสิ่งพวกนี้ไม่ได้เลย เพราะการศึกษาล้วนแล้วแต่สำคัญที่จะทำให้เราก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานในอนาคตค่ะ

เตรียมความพร้อมของภาษาเพื่อก้าวเข้าสู่ AEC
การเข้าสู่ AEC ดังนั้นการเตรียมความพร้อมในเรื่องของภาษาเพื่อใช้ในการสื่อสารในสภาพการณ์ที่มีการแข่งขันสูงขึ้นและสภาพสังคมที่มีวัฒนธรรมต่างๆ หลากหลายเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และควรจะต้องเตรียมความพร้อมให้ดี เมื่อประเทศอาเซียนเข้าสู่ AEC ไม่ว่าคนของแต่ละประเทศจะใช้ภาษาอะไรเป็นภาษาราชการ และภาษาประจำชาติอยู่ในขณะนี้ เมื่อต้องติดต่อสื่อสารกับคนอื่นที่ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรมนั้น ทุกคนจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ทุกคนต้องเรียนรู้และใช้ภาษาอังกฤษให้ได้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะ เจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการ และพนักงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียน จะต้องมีความสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ และใช้ได้ดีด้วย

หากจะให้ลำดับความสำคัญของภาษาที่จำเป็นสำหรับชาวอาเซียนแล้วละก็ ภาษาอังกฤษถือเป็นภาษาบังคับอันดับแรกที่ประชาชนพลเมืองใน10 ประเทศอาเซียนจะต้องฝึกฝน พัฒนาขีดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเพราะจะต้องใช้ภาษาอังกฤษกันมากขึ้นแน่นอน เนื่องจากประชาชนของประเทศอาเซียนจะต้องไปมาหาสู่ ทำความรู้จัก เรียนรู้ซึ่งกันละกัน เดินทางท่องเที่ยว เดินทางข้ามพรมแดนเพื่อหางานทำและแสวงหาโอกาสที่ดีกว่าให้กับชีวิต ดังนั้น ภาษาอังกฤษจึงเป็นภาษาที่สองของชาวอาเซียน เคียงคู่ภาษาที่หนึ่งอันเป็นภาษาประจำชาติของตน ภาษาที่มีความสำคัญรองลงไป คงหนีไม่พ้น ภาษาจีน จะเห็นได้ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนนั้น เป็นสาเหตุที่ทำให้ภาษาจีนเป็นภาษาที่มีความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นภาษาที่มีคนพูดมากที่สุดในโลก แซงหน้าภาษาอังกฤษไปแล้ว

ภาษาอาเซียนนั้น เห็นว่าควรจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาษาอังกฤษ ก่อนเนื่องจากการใช้ภาษาอาเซียนยังคงมีอยู่แค่ในวงแคบๆเฉพาะแค่คนบางกลุ่มเท่านั้น เช่น มัคคุเทศก์ และผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวที่อยู่ในแถบชายแดน ที่ติดต่อกับประเทศนั้นๆ เพื่อจะรองรับการเดินทางข้ามประเทศตามชายแดนของนักท่องเที่ยวที่จะมีจำนวนมากขึ้นเมื่อเปิดเสรีอาเซียนแล้ว การเพิ่มศักยภาพในการผลิตบุคลากรให้มีความสามารถในการใช้ภาษาอาเซียน และภาษาอื่นที่ขาดแคลนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่แรงงานไทย เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสให้แรงงานไทยสามารถออกไปแข่งขันในเวทีอาเซียนได้

ข้อดีของการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน
“โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน” เป็นโครงการศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากหลายประเทศทั่วโลก เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้มีประสบการณ์ใหม่ๆ เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง ได้ฝึกภาษา และยังได้ท่องโลกกว้าง พบเจอกับเพื่อนใหม่ๆ ช่วงระยะเวลา 1 ปีการศึกษา สำหรับการใช้ชีวิการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนสร้างทั้งประสบการณ์และความทรงจำที่ดี เป็นช่วงหนึ่งของชีวิตที่น่าจดจำ

ข้อดีของการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน

1.พัฒนาตัวเอง โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนทำให้ได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ การใช้ชีวิตนักเรียนในต่างแดน แม้จะเป็นการเดินทางในช่วงที่อายุยังน้อย ในช่วงแรกอาจเป็นเรื่องยากลำบาก แต่ประสบการณ์เหล่านี้จะช่วยพัฒนาศักยภาพด้านต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

2.พบกับครอบครัวที่ 2 อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของนักเรียนแลกเปลี่ยนคือการได้พบกับครอบครัวใหม่ที่เราจะไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในระยะเวลากว่า 1ปีเกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกัน และกันนักเรียนแลกเปลี่ยนก็เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของประเทศไทยที่ไปช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมของคนไทยให้ชาวต่างชาติได้รู้ แม้จะเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แต่สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นความสัมพันธ์และความทรงจำที่ดีตลอดไป

3.พบเพื่อนใหม่จากทั่วทุกมุมโลก นอกจากเพื่อนที่โรงเรียนที่นักเรียนแลกเปลี่ยนไปแล้ว โครงการยังได้มีการจัดมีทติ้งระหว่างนักเรียนแลกเปลี่ยนจากประเทศต่างๆ อีกด้วย

4.เรียนรู้ภาษาใหม่ๆ แน่นอนว่าสิ่งสำคัญในการเลือกไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนส่วนหนึ่งคือเรื่องภาษา เราสามารถเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ ได้จากประเทศที่เราเลือกเข้าร่วมโครงการ ฝึกภาษาในชีวิตประจำวันจากโฮสแฟมิลี่ และเพื่อนในห้องเรียน เป็นวิธีการเรียนรู้ภาษาที่ดีที่สุดนั่นเอง

5.ประสบการณ์จากวัฒนธรรมอื่น นักเรียนแลกเปลี่ยนมีโอกาสที่จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมใหม่ๆ จากโฮสแฟมิลี่ ความเป็นอยู่และการใช้ชีวิต จากการได้ไปสัมผัสและอยู่ร่วมกับครอบครัวพื้นเมืองจริงๆ

การเข้าร่วมโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนจะช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้ในการปรับตัวให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ซึ่งการอาศัยอยู่ในต่างประเทศนั้นมีความแตกต่างทั้งทางด้านสังคมและวัฒนธรรม ดังนั้นนักเรียนจะได้ประสบการณ์ตรงและโอกาสที่ดีในการพัฒนาภาษาและทักษะการสื่อสารในเวลาเดียวกัน อีกทั้งการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยไปสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกอีกด้วย

04

เนื่องจากมนุษย์เป็นทรัพยากรที่สำคัญที่จะส่วนพัฒนาสังคมและประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า ดังนั้น การศึกษาจึงมีส่วนสำคัญยิ่งที่จะช่วยให้คนในชาติมีความรู้ เพื่อนำไปพัฒนาประเทศต่อไป รัฐจึงต้องลงทุนด้านการศึกษา เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนของชาติขึ้นมาทดแทนผู้ใหญ่ที่จะอ่อนกำลังลงในอนาคต ประเทศชาติจึงต้องทุ่มเทงบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อพัฒนาการศึกษา สำหรับการจัดการศึกษาของทุกประเทศรวมทั้งประเทศไทยมุ่งเน้นให้คนในสังคมมีความสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา มีความรู้คู่คุณธรรม และดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีของชาติ หน้าที่ของรัฐในการจัดการศึกษารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 กำหนดให้รัฐจะต้องดำเนินการทางด้านการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน ดังนี้ รัฐต้องจัดการศึกษาขึ้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี โดยให้เด็กและเยาวชนในชาติมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการเข้ารับการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รัฐต้องจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ สำหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคมต้องจัดให้มีการสื่อสารและการเรียนรู้ สำหรับผู้ที่มีร่างกายพิการ ทุพพลภาพ บุคคลที่ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ บุคคลที่ไม่มีผู้ดูแล หรือด้อยโอกาส

สิทธิและหน้าที่ของบิดามารดาหรือผู้ปกครองบิดามารดาหรือผู้ปกครองมีหน้าที่จัดให้บุตรหรือบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแลได้รับการศึกษาภาคบังคับจำนวน 9 ปี โดยให้เด็กที่มีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดเข้าเรียนในสถานศึกษาขึ้นพื้นฐานจนอายุสิบหก เว้นแต่สอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับ ตลอดจนให้ได้รับการศึกษานอกเหนือจากการศึกษาภาคบังคับ ตลอดจนให้ได้รับการศึกษาภาคบังคับตามความพร้อมของครอบครัวการศึกษาในระบบเป็นการศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาการศึกษา การวัดและการประเมินผลอันเป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน ได้แก่ การเรียนการสอนในโรงเรียน วิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั้งของรัฐและเอกชน การศึกษานอกระบบ เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผลซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษาโดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมกับสภาพปัญหาและความต้องการของบุคคลแต่ละกลุ่ม เช่น การศึกษาผู้ใหญ่ การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เป็นต้น การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาที่เปิดโอกาศให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อมและโอกาส โดยอาศัยจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาแวดล้อม สื่อ หรือแหล่งเรียนรู้ เช่น การฝึกอบรมวิชาชีพของสถาบันแรงงานต่าง ๆ การอบรมวิชาชีพในสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน การอบรมภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ตามสถาบันต่าง ๆ เป็นต้น